อารียา พรอพเพอร์ตี้ - Areeya Property
ก้าวใหม่ของเทรนด์การลงทุน การสร้างสินทรัพย์ และการใช้จ่ายด้วยเงินดิจิทัล
living tips

ก้าวใหม่ของเทรนด์การลงทุน การสร้างสินทรัพย์ และการใช้จ่ายด้วยเงินดิจิทัล

  • areeya content hub
  • 25.01.65
  • 530 view

 

ก้าวใหม่ของเทรนด์การลงทุน การสร้างสินทรัพย์ และการใช้จ่ายด้วยเงินดิจิทัล


     Cryptocurrency คือ สินทรัพย์ดิจิทัล (Digital Asset) ประเภทหนึ่งที่อยู่บนโลกออนไลน์ ซึ่งสินทรัพย์ดิจิทัลนั้นหมายรวมถึง ข้อมูล เนื้อหา ภาพถ่าย และอื่นๆ ซึ่ง Cryptocurrency ก็เป็นสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทหนึ่งที่มีการซื้อขายแลกเปลี่ยนบนตลาดออนไลน์

    ปัจจุบันการลงทุนและการใช้จ่ายเงินดิจิทัล (Cryptocurrency) กำลังเป็นเทรนด์มาแรง และถูกพูดถึงกันมากขึ้น ซึ่ง Cryptocurrency ที่กำลังเป็นที่นิยมลงทุนกันในปัจจุบัน คงหนีไม่พ้นสกุลเงิน Bitcoin  นอกจาก Bitcoin แล้วยังมีสกุลเงินอื่นๆ อีกมากกว่า 10,000 สกุลเงิน แต่ Bitcoin เป็นสกุลเงินที่ได้รับความนิยมมากที่สุด โดยถือกำเนิดมาตั้งแต่ปี 2008 ที่เข้ามาในรูปแบบเงินดิจิทัล ถือเป็นการเข้ามาเปลี่ยนแปลงการทำธุรกรรมผ่านธนาคารแบบเดิมๆ ไปเป็นการทำธุรกรรมบนบล็อกเชนที่น่าเชื่อถือและปลอดภัย โดยไม่ต้องพึ่งพาสถาบันการเงินใด

     ที่ผ่านมามีนักลงทุนที่สนใจเข้ามาลงทุนใน Cryptocurrency เป็นจำนวนมาก และมีนักลงทุนหลายท่านที่ประสบความสำเร็จในการลงทุนนี้จนได้รับผลตอบแทนอย่างมหาศาล จึงทำให้นักลงทุนหน้าใหม่ๆ สนใจเข้ามาลงทุนบนเส้นทางนี้กันมากขึ้นเรื่อยๆ ถึงแม้การลงทุนใน Cryptocurrency จะมีความเสี่ยงสูง แต่ถ้าหากศึกษาข้อมูลและมีวางแผนการลงทุนอย่างรอบคอบก็สามารถทำกำไรได้เช่นกัน

แนวโน้มการนำเงินดิจิทัลมาใช้จ่ายจริง        

    เทรนด์ที่หน้าจับตามองตั้งแต่ช่วงปลายปี 2021 จนมาถึงปี 2022 จะเห็นได้ว่าเริ่มมีหลายธุรกิจเปิดแผนรองรับการชำระเงินในการซื้อสินค้า และบริการด้วยเงินดิจิทัลกันมากขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้นักลงทุนที่ถือเงินดิจิทัล นำเงินที่เก็บไว้ออกมาจับจ่ายใช้สอย ที่ผ่านมามีธุรกิจทั้งใน และต่างประเทศที่เปิดรับชำระด้วยเงินดิจิทัลเหล่านี้กันแล้ว ไม่ว่าจะเป็นการซื้อรถยนต์ อสังหาริมทรัพย์ เครื่องประดับ ตั๋วหนัง วิดีโอเกม โดเมนเว็บไซต์ การบริจาคไปยังองค์กรการกุศล การจ่ายค่าเล่าเรียน เป็นต้น โดยธุรกิจในไทยที่เริ่มนำร่องรับชำระเงินผ่านเหรียญเงินดิจิทัลกันไปแล้ว ได้แก่
•    รถยนต์ Tesla สามารถซื้อด้วยเหรียญบิตคอยน์ (Bitcoin/BTC) ภายใต้การนำเข้าของบริษัท วสุธา กรุ๊ป ผู้นำเข้ารถยนต์ Tesla รายเดียวของประเทศไทย
•    ร้านอินทนิล รับชำระเงินค่ากาแฟ และผลิตภัณฑ์ในร้าน โดยชำระด้วยเหรียญ 3 สกุลเงิน ได้แก่ บิตคอยน์ (Bitcoin/BTC), อีเทอเรียม (Ethereum/ETH) และเทเทอร์ (Tether/USDT) ผ่าน บิทาซซ่า (Bitazza)
•    ห้างสรรพสินค้าในเครือ The Mall Group รับชำระค่าสินค้าและบริการด้วยเหรียญ 7 สกุลเงิน  ได้แก่ Bitkub Coin (KUB), Bitcoin (BTC), Ether (ETH), Tether (USDT), Ripple (XRP), Stellar Lumens (XLM) และ JFIN Coin (JFIN)
•    ตั๋วหนัง Major Cineplex รับชำระค่าตั๋วภาพยนตร์ภาพเหรียญบิตคอยน์ (Bitcoin/BTC) ภายใต้การจับมือกันของ Zipmex และ Rapidz
นอกจากนี้ยังมีอีกหลายธุรกิจที่เริ่มรับชำระเงินดิจิทัล ซึ่งในอนาคตอีกไม่ไกลนี้ เชื่อว่าจะมีอีกหลายธุรกิจที่รองรับการชำระเงินดิจิทัลมากขึ้น เพื่อเพิ่มโอกาสทางธุรกิจ และดึงดูดความสนใจให้คนมาลงทุนใน Cryptocurrency เพื่อใช้จ่ายในรูปแบบใหม่ได้มากขึ้นด้วย

NFT เทรนด์การสร้างมูลค่าสินทรัพย์ของคนรุ่นใหม่

     NFT (Non-Fungible Token) เป็น Cryptocurrency ประเภทหนึ่งที่กำลังได้รับความสนใจสำหรับคนรุ่นใหม่ ที่ต้องการสร้างมูลค่าให้กับผลงาน และดึงดูดความสนใจของนักลงทุน ซึ่งในประเทศไทยก็เริ่มมีการใช้จ่ายผ่านรูปแบบ NFT (Non-Fungible Token) ให้เห็นเพิ่มมากขึ้นกันในหลายๆ วงการ เช่น วงการศิลปะ ภาพวาด ดนตรี ภาพยนตร์ และวงการเกม เป็นต้น โดยขั้นตอนของการได้มาซึ่ง NFT (Non-Fungible Token) และการเพิ่มมูลค่าของสินทรัพย์ประเภทนี้ ผู้ที่เป็นเจ้าของผลงานสามารถนำผลงานของตัวเองออกมาขายในรูปแบบ NFT (Non-Fungible Token)  โดยผูกกับเงินเหรียญ (Token) สกุลใดสกุลหนึ่ง เพื่อเป็นตัวกำหนดมูลค่าและยืนยันความเป็นลิขสิทธิ์แท้ของงานชิ้นนั้นๆ 

     ถือว่าเป็นช่องทางการทำเงินให้กับคนรุ่นใหม่ที่มีไอเดีย และผลงานที่เป็นเอกลักษณ์ ได้นำผลงานของตนเองออกมาจำหน่าย และถ้าหากผลงานชิ้นไหนที่เป็นที่ต้องการของผู้ซื้อหรือนักลงทุน ก็จะทำให้มูลค่าของงานชิ้นนั้นสูงขึ้น นอกจากจะได้ราคาจากผลงานแล้ว ยังมีโอกาสในการสร้างชื่อเสียงผ่านผลงานให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย

 

     เชื่อว่าเทรนด์การลงทุนใน Cryptocurrency หรือเงินดิจิทัลโดยภาพรวมในมุมมองของประเทศไทยแล้ว นอกจากเป็นเทรนด์การลงทุนเงินดิจิทัลและโอกาสทางธุรกิจที่น่าสนใจ การที่เราสามารถนำเงินดิจิทัลเหล่านั้นออกมาจับจ่ายใช้สอยได้ในชีวิตประจำวัน โดยไม่ต้องทำธุรกรรมผ่านธนาคาร หรือตัวกลางในแบบเดิมๆ ก็นับเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองว่าทิศทางในอนาคตของ Cryptocurrency จะเข้ามามีบทบาทเพิ่มขึ้นในสังคม และเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของมนุษย์เราให้เป็นไปในรูปแบบใดบ้าง ก็ต้องติดตามกันต่อไป...

 

อ้างอิงข้อมูลจาก
www.springnews.co.th
www.bangkokbiznews.com