อารียา พรอพเพอร์ตี้ - Areeya Property
7 เทคนิคการยื่นกู้บ้านให้ผ่านฉลุย
living tips

7 เทคนิคการยื่นกู้บ้านให้ผ่านฉลุย

  • areeya content hub
  • 11.03.65
  • 1,374 view
11.03.651,374 view

7 เทคนิคการยื่นกู้บ้านให้ผ่านฉลุย


การได้ครอบครองบ้านที่เป็นที่อยู่อาศัยสักหลัง หากใครมีเงินเก็บที่มากพอก็สามารถซื้อเงินสดได้ในทันที แต่ถ้าหากใครที่ไม่มีเงินก้อน ก็มีทางเลือกในการซื้อบ้านได้ด้วยวิธีการยื่นกู้กับธนาคาร โดยขั้นตอนในการยื่นกู้จะต้องเตรียมเอกสารและความพร้อมเพื่อให้กู้ผ่านแบบง่ายๆ วันนี้อารียาขอนำเสนอเทคนิคในการเตรียมความพร้อมก่อนยื่นกู้บ้าน เพื่อให้คุณสามารถยื่นกู้บ้านผ่านได้ในครั้งเดียวมาฝากกันค่ะ


 

1. ประเมินสถานะทางการเงิน
การยื่นกู้บ้านหลักสำคัญคือการมีรายได้ เพื่อแสดงเป็นหลักฐานให้ธนาคารเห็นว่าคุณมีความพร้อมในการผ่อนชำระในทุกๆ เดือน ตลอดระยะเวลาสัญญากู้บ้านกับธนาคาร ซึ่งเป็นระยะเวลาที่ยาวนาน โดยเงินในแต่ละเดือนที่คุณสามารถผ่อนชำระค่าบ้านได้ ไม่ควรเกิน 40% ของรายรับในแต่ละเดือน นอกจากนี้ยังไม่นับรวมค่าใช้จ่ายอื่นๆ ซึ่งควรประเมินความสามารถในการผ่อนของคุณเอง เพื่อหาบ้านที่มีราคาที่เหมาะสม และไม่เกินความสามารถของรายรับปัจจุบัน หากบ้านที่คุณต้องการมีราคาที่สูงเกินรายได้ ก็ควรเตรียมหาผู้กู้ร่วมเพื่อเพิ่มวงเงินและความสามารถในการผ่อนชำระที่สูงขึ้น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือนั่นเอง

วิธีการคำนวณวงเงินสินเชื่อ

(จำนวนเงินผ่อนต่อเดือน x 1,000,0000) ÷ 7,000

ตามสูตรโดยทั่วไปที่ธนาคารกำหนดความสามารถของผู้กู้ในการผ่อนชำระจะอยู่ที่เดือนละ 40% ต่อเดือน หากผู้กู้มีเงินเดือน 30,000 บาท จะสามารถผ่อนชำระรายเดือนได้ 12,000 บาท เมื่อนำไปใช้สูตรคำนวณวงเงินสินเชื่อสูงสุดจะได้ดังนี้

(12,000 x 1,000,0000) ÷ 7,000 = 1,714,285

ผลการคำนวณตามสูตรได้เท่ากับ 1,714,285 นั่นหมายถึงวงเงินกู้สูงสุดตามฐานเงินเดือนที่จะได้รับจากธนาคารคือ 1,714,285 บาท  ผู้กู้ก็สามารถมองหาบ้านที่ต้องการซื้อได้ในราคาไม่เกิน 1.7 ล้านบาท เพื่อทำการยื่นกู้ เป็นต้น
 

2. เก็บเงินเพื่อความชัวร์
ก่อนการกู้ซื้อบ้านควรมีการวางแผนเก็บเงินอย่างน้อย 10% ของราคาบ้าน สำหรับค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับการทำสัญญาและการโอนที่คุณอาจต้องชำระเอง เพื่อเป็นเงินสำรองฉุกเฉินในกรณีที่ยื่นกู้บ้านกับธนาคารไปแล้ว แต่ไม่ได้รับการอนุมัติเต็มวงเงิน เช่น บ้านราคา 2 ล้านบาท แต่ธนาคารอนุมัติมาให้เพียง 1.8 ล้านบาท ก็ต้องหาเงินมาชำระเพิ่ม 2 แสน หากไม่สามารถหาเงินมาเติมเต็มในค่าใช้จ่ายส่วนนี้ได้ ก็อาจต้องปล่อยบ้านที่ต้องการซื้อไปอย่างน่าเสียดาย หรือในกรณีการยื่นกู้บ้าน และคุณมีเงินเก็บที่สามารถนำไปชำระเพิ่มเติมเป็นส่วนต่างของเงินดาวน์ก็จะยิ่งทำให้โอกาสในการได้รัการอนุมัติสูงขึ้นตามไปด้วย
 

3. รายการเดินบัญชีต้องสวย
สำหรับรายรับที่ต้องแสดงเพื่อเป็นหลักฐานในการยื่นกู้บ้าน ควรมีการเดินบัญชีอย่างสม่ำเสมอ ในกรณีที่ทำงานประจำ จะมีเงินเดือนเข้าบัญชีธนาคารอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว แต่สำหรับผู้ที่ทำงานอิสระ ก็สามารถทำรายการเดินบัญชีให้สวยได้ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น นำรายได้ที่ได้ในแต่ละเดือนรวบรวบเข้าบัญชีธนาคารอย่างสม่ำเสมอในทุกเดือน โดยหลักสำคัญในการทำรายการเดินบัญชีธนาคารให้สวยนั้น เมื่อมีเงินเข้าบัญชีธนาคารแล้ว ไม่ควรกดเงินจำนวนนั้นออกมาในทันที ทางที่ดีควรทยอยนำออกมาใช้ และควรมีเงินเหลือติดบัญชีไว้บ้างในทุกๆ เดือน ซึ่งส่วนใหญ่แล้วธนาคารจะพิจารณารายการเดินบัญชีช่วงระยะเวลา 6-12 เดือน ก่อนการยื่นกู้ ผู้กู้จึงควรมีการวางแผนเดินบัญชีล่วงหน้า
 

4. สร้างเครดิตการเงินให้ดี
นากจากการมีรายได้แล้ว การสร้างเครดิตที่ดีเกี่ยวกับการเงินเป็นประเด็นสำคัญที่ธนาคารจะพิจารณาอนุมัติการกู้บ้าน ยกตัวอย่าง เช่น การผ่อนชำระสินค้า การใช้บัตรเครดิต การกู้ซื้อของต่างๆ เหล่านี้ จะแสดงถึงประวัติทางการเงิน และวินัยทางการเงินที่ธนาคารสามารถตรวจสอบได้ว่าที่ผ่านมาคุณเคยมีประวัติการชำระเป็นเช่นไร มีการชำระอย่างสม่ำเสมอตรงตามรอบ หรือค้างจ่าย หรือ มีการจ่ายขั้นต่ำหรือไม่ หากคุณเป็นคนหนึ่งที่เคยทำธุรกรรมเหล่านี้มาก่อน และมีประวัติชำระที่ดี จะเป็นหลักฐานที่สร้างความน่าเชื่อถือและโอกาสในการยื่นกู้ที่สูงกว่าผู้ที่ไม่เคยมีประวัติการใช้จ่ายใดๆ
 

5. เลี่ยงการค้างชำระ
หากคุณเป็นคนหนึ่งที่ใช้จ่ายการเงินผ่านทางเครดิต ไม่ว่าจะเป็นบัตรเครดิต หรือบัตรกดเงินสด ก่อนยื่นกู้ควรเลี่ยงการค้างชำระ หากมีการใช้จ่ายๆ ใด ควรชำระเต็มจำนวนตามเวลาที่กำหนด ทั้งนี้ควรสร้างประวัติการชำระหนี้ที่ดีย้อนหลังกลับไปไม่ต่ำกว่า 6 เดือน การใช้จ่ายจึงควรมีความรอบคอบ และใช้จ่ายในจำนวนที่สามารถชำระหมดได้ในแต่ละเดือน เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือให้แก่ประวัติทางการเงินของคุณนั่นเอง
 

6. เคลียร์หนี้ให้เหลือน้อยที่สุด
ก่อนการยื่นกู้ควรมีการวางแผน และเคลียร์หนี้ที่เคยชำระอยู่ให้หมด หรือเหลือน้อยที่สุด เนื่องจากธนาคารจะพิจารณาทั้งรายรับ และภาระค่าใช้จ่ายในปัจจุบันประกอบกัน เพื่อดูความสามารถในการผ่อนชำระรายเดือน และวงเงินกู้บ้านที่จะได้รับ ยิ่งผู้กู้สามารถเคลียร์ค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ นั่นหมายถึงวงเงินที่ได้รับก็จะเพิ่มสูงขึ้น หรืออาจได้เต็มวงเงินที่ขอยื่นกู้ไปทั้งหมดนั่นเอง
 

7. งดผ่อนสินค้าก่อนกู้
เมื่อมีแผนที่จะกู้ซื้อบ้านควรงดการผ่อนสินค้าใดๆ ไม่ว่าจะเป็นการผ่อนชำระแบบมีดอกเบี้ย หรือผ่อนชำระแบบ 0% รวมถึงกรณีทำการซื้อสินค้าให้คนอื่น หรือคนในครอบครัวผ่อนชำระแทน โดยอ้างว่าผู้อื่นเป็นคนชำระ ก็ไม่ควรทำ เพราะธนาคารจะพิจารณาภาระค่าใช้จ่ายที่กระทำภายใต้ชื่อและเครดิตของคุณทั้งหมด ซึ่งจะส่งผลต่อวงเงินขอยื่นกู้บ้าน ที่อาจอนุมัติได้ไม่เต็มวงเงิน หรืออาจถูกปฏิเสธการยื่นกู้บ้านได้ เป็นไปได้ควรงดผ่อนช่วงก่อนการยื่นกู้ไปก่อน หากทำการกู้ผ่านแล้วค่อยดำเนินการผ่อนทีหลังก็สามารถทำได้

        เทคนิคเตรียมความพร้อมที่กล่าวมาทั้ง 7 ข้อ เป็นการเตรียมตัวก่อนการยื่นกู้บ้าน หากทำครบตามที่แนะนำไป เมื่อถึงเวลาการยื่นกู้บ้านที่คุณต้องการ เพียงแค่เตรียมเอกสารตามข้อกำหนดของแต่ละธนาคารให้ครบถ้วนเรียบร้อย เพื่อความรวดเร็วในการพิจารณาและอนุมัติวงเงินกู้บ้านของคุณ เท่านี้การยื่นกู้ซื้อบ้านก็จะได้รับการอนุมัติอย่างรวดเร็วโดยไม่มีข้อโต้แย้งใดๆ อารียาขอร่วมเป็นส่วนหนึ่งที่จะช่วยให้คุณได้มีบ้านในแบบที่คุณต้องการนะคะ

ดูโครงบ้านจากอารียาเพิ่มเติม คลิก